สาระดีดี จากอมาเบลล์



คำตอบจาก แพทย์และผูเชี่ยวชาญจากสาขาต่าง ๆ

  รู้แล้วเปลี่ยนพฤติกรรมด่วนนน…!!! โทษของการนอนดึก

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการนอนหลับพักผ่อนเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อร่างกายเป็นอย่างมาก ซึ่งเราก็ทราบกันดีว่าการนอนดึกจะเกิดผลเสียต่อร่างกาย แต่คุณทราบหรือไหมว่าหากเรานอนดึกจะมีโทษอะไรกับร่างกายกันบ้าง?

- อารมณ์แปรปรวนง่าย ผลงานวิจัยพบว่าคนที่นอนดึกประมาณ 4.5 ชั่วโมงต่อคืน ติดต่อกัน 1 อาทิตย์จะเกิดอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด โมโหง่ายกว่าคนที่นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ หน้าแก่กว่าวัย เนื่องจากเวลา 4 ทุ่ม ถึง เที่ยงคืน เป็นช่วงเวลาที่สมองจะหลั่งสาร “โกรทฮอร์โมน” หรือฮอร์โมนแห่งวัยหนุ่มสาวออกมามากที่สุด

หากเรานอนเกินเวลาในช่วงดังกล่าวก็จะทำให้เราแก่เร็วนั่นเอง เจ็บป่วยง่าย ปกติร่างกายต้องการพักผ่อนวันละ 8 ชั่วโมงต่อคืน โดยจากการศึกษาพบว่าคนที่นอนน้อยจะทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานต่ำและมีโอกาสเจ็บป่วยได้ง่ายกว่าคนปกติที่นอนวันละ 8 ชั่วโมงอีกด้วยค่ะ ดังนั้น

ลดน้ำหนักให้ผอมเพรียว

สมัยนี้ใครก็อยากมีรูปร่างที่ผอมเพรียว หุ่นงามระหงส์กันจริงไหมคะ? วันนี้เราเลยนำเคล็ดลับลดน้ำหนักให้หุ่นผอมเพรียวมาฝากกันค่ะ

- ออกกำลังกายวันละ 30 นาที ช่วยเบิร์นพลังงานส่วนเกินและขจัดแคลอรี่ของคุณออกไปได้อย่างรวดเร็ว อาทิ วิ่ง 30 นาที เบิร์น 374 แคลอรี, กระโดดเชือก 30 นาที เบิร์น 340 แคลอรี, เล่นฮูลาฮุป 30 นาที เบิร์น 300 แคลอรี เป็นต้น

- กินอาหารให้เป็นเวลา ลดปริมาณแป้ง ไขมัน เน้นทานผักและเนื้อสัตว์ ส่วนอาหารมื้อว่างก็ควรรับประทานผลไม้แทนขนมหวาน - ลดความอ้วนโดยการคำนวณแคลอรี่ โดยคำนวณจากจากอาหารและพลังานที่ใช้ต่อวัน เช่น อาหารคาว ข้าวสวย 1 ถ้วย 230 แคลอรี่ นมจืด 1 กล่อง 160 แคลอรี่, มันฝรั่งทอด 10 ชิ้น 160 แคลอรี่ เป็นต้น

ดังนั้น หากใครที่อยากลดน้ำหนักให้เพรียวกระชับอย่าลืมนำวิธีที่เราแนะนำไปใช้กันนะคะ

 สารอาหารจากธรรมชาติ!! ช่วยผิวกระจ่างใส

เมื่อพูดเรื่องความขาวสวยหลายคนอาจคิดถึงเรื่องการฉีดกลูตาไธโอนหรือการรับประทานอาหารเสริมกันใช่ไหมคะ แต่คุณทราบไหมว่าสารอาหารใกล้ตัวก็ช่วยให้เราผิวกระจ่างใสได้อีกด้วยนะเออ!!

- วิตามินซีจากผลไม้ เช่น ส้ม ฝรั่ง ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เป็นต้น จะช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง กระจ่างใส ใบหน้าอ่อนเยาว์ได้อีกด้วยค่ะ

- โปรตีนจากธรรมชาติ เช่น น้ำนมถั่วเหลือง นมสด ปลาทะเล เป็นต้น สารอาหารเหล่านี้จะเข้าไปบำรุงผิวพรรณ ผลัดเซลล์ผิวที่เคยหมองคล้ำให้เปลี่ยนเป็นขาวสว่างกระจ่างใส อีกทั้งทำให้ผิวเรียบเนียน เปล่งปลั่ง

- ฮอร์โมนเอสโตรเจนจากน้ำมะพร้าว ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ใกล้เคียงกับฮอร์โมนเพศหญิง มีส่วนสำคัญต่อการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งผ่องใส หน้าเด้ง ผิวนุ่มชุ่มชื้น

ทริค!! การทาโลชั่นถูกเวลาผิวก็ขาวได้ง่ายๆ

ผิวขาวเนียน กระจ่างใส ใครๆ ก็อยากมีจริงไหมคะ? วันนี้เราเลยนำวิธีการทาโลชั่นให้ถูกที่ถูกเวลาก็ช่วยให้ผิวกระจ่างใสได้แบบง่ายๆ มาฝากกันค่ะ

1. ขัดผิวก่อนทาโลชั่นยิ่งได้ผลดีกว่าเดิม เพราะการขัดผิวจะช่วยทำให้เซลล์ผิวเก่าหลุดออกไป ซึ่งส่งผลให้การทาโลชั่นมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น

2. ทาโลชั่นหลังอาบน้ำทันที เพราะการทาโลชั่นหลังอาบน้ำจะเป็นบำรุงผิวที่ดีที่สุด ที่สำคัญอย่าลืมเช็ดตัวให้หมาดๆ ก่อนการทาโลชั่นบำรุงผิว

3. ทาโลชั่นกันแดดเป็นประจำก่อนออกนอกบ้าน และหากโดนแดดเป็นเวลานานๆ ก็ควรทาเป็นประจำทุก 2 ชั่วโมง

ดังนั้น หากใครอยากมีผิวที่เนียนกระจ่างใสก็อย่าลืมทำตามวิธีที่เราแนะนำกันนะคะ รับรองว่าออร่าพุ่งกระจูดแน่นอนค่ะ

 สารอาหารจากธรรมชาติ!! ช่วยผิวกระจ่างใส

ปัญหาระดับชาติที่ทำให้ใบหน้าดูไม่เรียบเนียน ซึ่งทำให้เป็นจุดด้อยอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีแก้ วันนี้เราเลยนำวิธีแก้ไขปัญหารูขุมขนกว้างมาฝากกันค่ะ

1. ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น เพราะน้ำอุ่นสามารถกระชับรูขุมขนได้อย่าล้ำลึกและช่วยกระชับรูขุมขน

2. มาสก์หน้าเฉพาะจุด หากใครมีปัญหารูขุมขนกว้างเฉพาะจุด ควรเลือกมาร์คหน้าเฉพาะจุดนั้นๆ เพื่อให้ผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอกับจุดอื่นๆ

3. ทาครีมกันแดดเสมอ เพราะแสงแดดที่จ้าเกินไปเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้รูขุมขนกว้าง ดังนั้นควรเลือกทาครีมกันแดดที่ป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB

ทริค!! การทาโลชั่นถูกเวลาผิวก็ขาวได้ง่ายๆ

ผิวขาวเนียน กระจ่างใส ใครๆ ก็อยากมีจริงไหมคะ? วันนี้เราเลยนำวิธีการทาโลชั่นให้ถูกที่ถูกเวลาก็ช่วยให้ผิวกระจ่างใสได้แบบง่ายๆ มาฝากกันค่ะ

1. ขัดผิวก่อนทาโลชั่นยิ่งได้ผลดีกว่าเดิม เพราะการขัดผิวจะช่วยทำให้เซลล์ผิวเก่าหลุดออกไป ซึ่งส่งผลให้การทาโลชั่นมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น

2. ทาโลชั่นหลังอาบน้ำทันที เพราะการทาโลชั่นหลังอาบน้ำจะเป็นบำรุงผิวที่ดีที่สุด ที่สำคัญอย่าลืมเช็ดตัวให้หมาดๆ ก่อนการทาโลชั่นบำรุงผิว

3. ทาโลชั่นกันแดดเป็นประจำก่อนออกนอกบ้าน และหากโดนแดดเป็นเวลานานๆ ก็ควรทาเป็นประจำทุก 2 ชั่วโมง

 ผมร่วงแค่ไหน…ต้องปรึกษาแพทย์

แน่นอนว่าทุกวันนี้ทุกคนต้องเผชิญกับสภาวะเส้นผมหลุดร่วง แต่คุณทราบไหมว่าอาการผมหลุดร่วงแค่ไหนที่ต้องถึงเวลาที่เราจะต้องไปพบแพทย์กันแล้ว วันนี้เรานำคำตอบมาฝากกันค่ะ

เส้นผมคนเราจะร่วงเป็นประจำทุกวัน โดยเส้นผมคนเราจะมีประมาณ 80,000-1,200,000 เส้น โดยงอกยาวขึ้นประมาณเดือนละ 1 เซนติเมตร หรือประมาณวันละ 0.35 มิลลิเมตร โดยมีอายุต่อเส้นประมาณ 2-6 ปี ซึ่งแต่ละวันผมจะร่วงไม่เกิน 30-50 ต่อวัน หากพบว่าผมร่วงเกินไปกว่านี้ก็ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อหาสาเหตุ เพราะการที่ผมร่วงมากผิดปกติอาจเป็นสัญญาณเตือนภัยสู่การเป็นโรคอื่นๆ ตามมา เช่น โรคไต โรคไทรอยด์ โรคตับ เป็นต้น

ดังนั้น หากใครมีอาหารผมร่วงเกิน 30-50 ต่อวันก็อย่าลืมไปพบแพทย์กันนะคะ หรืออาจป้องกันผมร่วงด้วยยาสระผมที่มีสารสกัดจากธรรมชาติอย่างโสมเกาหลีแดง ดอกอัญชัน ใบบัวบก ถั่วลันเตา ก็ช่วยได้เยอะเลยค่ะ

พฤติกรรม….เสี่ยงโรคมะเร็ง

“โรคมะเร็ง” เนื้องอกร้ายที่ใครๆ ก็กลัว ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติ หากใครไม่อยากเสี่ยงกับเนื้องอกร้ายดังกล่าว เรามาดู 4 พฤติกรรม ที่ควรหลีกเลี่ยงกันค่ะ

- รสเค็ม คนที่กินอาหารเค็มมีอัตราการเกิดมะเร็งสูงกว่า เช่น เนื้อเค็ม เนื้อแห้ง เป็นต้น

- ตากแดดบ่อย แสงแดดเป็นรังสีที่กระตุ้นอณูเซลล์ให้แบ่งต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งกลายเป็นก้อนใหญ่ขึ้นได้ ทางที่ดีควรป้องกันโดยการทาครีมกันแดดที่สามารถปกป้องได้ทั้งรังสี UVA และ UVB

- ร่างกายขาดวิตามิน โดยวิตามินต่างๆ จะช่วยต่อต้านเชื้อโรคได้อย่างดีและมีส่วนสำคัญที่ช่วยต่อต้านเชื้อมะเร็งได้ดี

- กินอาหารที่มีไขมันมากเกินไป เพราะไขมันเป็นอาหารชั้นดีของมะเร็ง ที่เป็นส่วนสำคัญทำให้เซลล์มะเร็งเติบโตอย่างรวดเร็ว